
เป็นเวลากว่า 7 เดือนที่ทั่วโลกงัดมาตรการป้องกันทุกหนทางมาใช้เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด พร้อมตั้งความหวังไว้ว่าการผลิตวัคซีนป้องกันคืออาวุธไม้ตายสุดท้ายที่จะทำให้มนุษย์สามารถเอาชนะโรคโควิด-19 ได้ในเร็ววันนี้ แต่ดูเหมือนหนทางจะไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น หลังจากที่โควิด-19 รุ่นกลายพันธุ์ หรือที่เรียกกันว่า สายพันธุ์ G ได้เริ่มแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าโควิด-19 ชนิดดั้งเดิม และอาจเป็นจุดเริ่มต้นหายนะที่ทำให้ทั่วโลกต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นต่อสู้กันใหม่ที่จุดเดิมอีกครั้ง
โควิด-19 สายพันธุ์ G มาจากไหน ต้องบอกก่อนว่าการกลายพันธ์ของไวรัสระหว่างที่มีการแพร่ระบาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดออกนอกประเทศจีน ก็มีการกลายพันธุ์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปก่อนจะระบาดในบางภูมิภาคหรือบางประเทศ อย่างในโซนกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา แรกเริ่มที่มีการระบาดนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าไวรัสที่ระบาดเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ D614 หรือสายพันธุ์ D ก่อนที่จะมีการกลายพันธุ์ มาเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ G ที่ทั่วโลกกำลังหวาดระแวงกันอยู่ในปัจจุบัน
โควิด-19 สายพันธุ์ G ต่างจากสายพันธุ์อื่นยังไง ทำไมทุกคนถึงต้องกลัว มาดูคุณสมบัติที่นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์เบื้องต้นจากผลการศึกษา อันดับแรกเลยคือโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่นี้มีความสามารถในการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วภายในร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณโพรงจมูก ไซนัส และลำคอ ทำให้ผู้ติดเชื้อมีไวรัสที่สะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก อันดับต่อมาพอมีไวรัสที่เจริญเติบโตและสะสมเป็นจำนวนมากก็ทำให้ไวรัสอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้นานขึ้น และทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม อันดับสุดท้ายที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบจากการศึกษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ G กว่า 1,000 คน และอาจจะทำให้ยังพอเบาใจได้อยู่บ้าง คือโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ได้ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้นกว่าไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมแต่อย่างใด
นั่นหมายความน่ากลัวของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ไม่ใช่การทำให้ผู้ป่วยมีอาการสาหัสจนอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่คือความรวดเร็วในการแพร่ระบาดที่มากกว่าสายพันธุ์เดิม 3-9 เท่าตัว วัดได้จากช่วงที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบว่ามีการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ G ในผู้ป่วยเพียงไม่กี่รายของยุโรป เมื่อราวต้นเดือนมีนาคม แต่หลังจากนั้นเพียง 1 เดือน กลับพบว่าไวรัสสายพันธุ์ G ได้ระบาดแทนที่สายพันธุ์ D ทั้งหมดในยุโรป อเมริกา และเริ่มแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วแน่นอนว่าผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดจากการระบาดของสายพันธุ์ G คือยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นจนทะลุหลัก 13 ล้าน แต่ผลกระทบที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นกังวลว่าจะเกิดขึ้น คือ โควิด-19 สายพันธุ์ G จะก่อให้เกิดคลื่นการระบาดระลอกที่ 2 โดยเฉพาะในหลายประเทศที่เริ่มควบคุมไวรัสได้แล้ว รวมถึงไทยเองก็ต้องกังวลกับเรื่องนี้เช่นกัน
ผลกระทบต่อมาคือระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์อาจจะต้องใช้เวลานานขึ้นเพื่อต่อสู้กับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เจริญเติบโตในร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าเดิม
และผลกระทบสุดท้ายที่อาจทุบทำลายความหวังของคนทั้งโลก คือการค้นคว้าและผลิตวัคซีน เนื่องจากการกลายพันธุ์ของสายพันธ์ G มีความเปลี่ยนแปลงบริเวณสไปค์ โปรตีน หรือส่วนมงกฎที่ยื่นออกมาสำหรับจับติดกับเซลส์มนุษย์ และวัคซีนหลายตัวที่กำลังมีการทดสอบกันขณะนี้ก็มุ่งไปที่การนำสไปค์ โปรตีนมาใช้เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่หากวัคซีนที่ผลิตมาจากสไปค์โปรตีนของสายพันธุ์ D ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ G ได้ ก็เท่ากับว่าความพยายามคิดค้นวัคซีนมานานเกือบครึ่งปีคงเป็นอันต้องสูญเปล่า และความหวังที่จะกำจัดโควิด-19 นั้น เป็นจริงได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกต่างพยายามศึกษาข้อมูลความแตกต่างและผลกระทบจากการกลายพันธุ์ของโควิด-19 สายพันธุ์ G ให้ได้มากที่สุด เพื่อหาหนทางรับมือและป้องกันกันต่อไป ขณะที่ยังไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่า โควิด-19 สายพันธุ์ G จะเป็นการกลายพันธุ์ครั้งสุดท้าย เพราะตราบใดที่ไวรัสยังแพร่ระบาด ก็ยังมีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์เมื่อไหร่ หรือที่ไหนก็ได้ และไม่มีใครรู้ว่าการกลายพันธุ์ครั้งต่อไปจะนำนมาซึ่งหายนะที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมหรือไม่
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
July 14, 2020 at 03:22PM
https://ift.tt/305PdJP
โควิด-19 สายพันธุ์ G จุดเริ่มต้นหายนะครั้งใหม่ - NationTV
https://ift.tt/3ch704S
Home To Blog
No comments:
Post a Comment